ประเภทของผู้ป่วยที่ต้องให้อาหารสายยางทางหลอดเลือดดำก่อนอื่นต้องขออนุญาตแก้ความเข้าใจผิดเล็กน้อยเพื่อให้ข้อมูลที่ถูกต้องและปลอดภัยที่สุดนะครับ: "การให้อาหารทางสายยาง" กับ "การให้อาหารทางหลอดเลือดดำ" เป็นคนละวิธีกัน และใช้ในกรณีที่ต่างกันอย่างสิ้นเชิงครับ
การให้อาหารทางสายยาง (Enteral Nutrition): คือการส่งอาหารเข้าสู่ "ทางเดินอาหาร" (กระเพาะหรือลำไส้) โดยตรง
การให้อาหารทางหลอดเลือดดำ (Parentera
l Nutrition - PN): คือการส่งสารอาหาร (น้ำตาล, กรดอะมิโน, ไขมัน, วิตามิน) เข้าสู่ "กระแสเลือด" โดยตรง วิธีนี้จะใช้เมื่อ "ลำไส้ทำงานไม่ได้เลย" เท่านั้นครับ
ประเภทของ
ผู้ป่วยที่จำเป็นต้องได้รับสารอาหารทางหลอดเลือดดำ (PN) ครับ:
1. ผู้ป่วยที่มีความผิดปกติของระบบทางเดินอาหารอย่างรุนแรง
กลุ่มนี้คือกลุ่มหลักที่ลำไส้ไม่สามารถย่อยหรือดูดซึมอาหารได้เลย:
ภาวะลำไส้อุดตัน (Bowel Obstructi
on): มีเนื้องอกหรือพังผืดมาขวางทางเดินอาหาร ทำให้อาหารผ่านไม่ได้
ลำไส้สั้น (Short Bowel Syndrome): ผู้ป่วยที่ถูกตัดลำไส้ออกไปปริมาณมาก จนพื้นที่ดูดซึมสารอาหารไม่เพียงพอต่อการดำรงชีวิต
ภาวะลำไส้ขาดเลือด (Mesenteri
c Ischemia): เลือดไม่ไปเลี้ยงลำไส้ทำให้ลำไส้ไม่ทำงานหรือเน่าเสีย
2. ผู้ป่วยที่ต้องการให้ทางเดินอาหารได้พัก (Bowel Rest)
ในบางกรณี แพทย์จำเป็นต้องให้ลำไส้หยุดทำงานชั่วคราวเพื่อรับการรักษา:
โรคตับอ่อนอักเสบรุนแรง (Severe Acute Pancreati
tis): การกินอาหารจะไปกระตุ้นการหลั่งน้ำย่อยที่ซ้ำเติมอาการอักเสบ
ภาวะมีรูรั่วในทางเดินอาหาร (Fistula): เช่น มีรูเชื่อมระหว่างลำไส้กับผิวหนัง หรือลำไส้กับอวัยวะอื่น หากกินอาหารเข้าไป อาหารจะรั่วออกทางรูนั้น
3. ผู้ป่วยหลังผ่าตัดใหญ่เกี่ยวกับทางเดินอาหาร
ผู้ที่เพิ่งผ่านการผ่าตัดเชื่อมต่อลำไส้หรือกระเพาะอาหาร และยังไม่สามารถรับอาหารทางสายยางปกติได้ในช่วงแรกของการพักฟื้น
4. ผู้ป่วยวิกฤต (Critical Care) ที่รับอาหารทางสายยางไม่ได้
ผู้ป่วยใน ICU ที่มีการดูดซึมล้มเหลว หรือมีอาการท้องอืดรุนแรง ท้องเสียไม่หยุดจากการให้อาหารทางสายยางปกติ จนร่างกายเสี่ยงต่อภาวะขาดสารอาหารขั้นวิกฤต
⚠️ ข้อควรระวังพิเศษ
การให้อาหารทางหลอดเลือดดำ "ต้องทำโดยบุคลากรทางการแพทย์ในโรงพยาบาลเท่านั้น" เนื่องจากต้องมีการควบคุมความสะอาดระดับสูง (Sterile) และต้องเจาะเข้าหลอดเลือดดำใหญ่ (Central Line) ซึ่งมีความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนเช่น การติดเชื้อในกระแสเลือด หรือสมดุลเกลือแร่ผิดปกติ