ผู้ป่วยที่ให้ อาหารสายย าง จะสามารถก ลับมาทานอาหารได้ปกติหรือไม่ ?คำตอบคือ "มีโอกาสกลับมาทานได้ปกติครับ" แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสาเหตุหลักที่ทำให้ต้องใส่สายยางในตอนแรก และความพร้อมของร่างกายผู้ป่วยครับ
กระบวนการ
ที่จะกลับมาทานเองได้นั้นเรียกว่า การฝึกกลืน (Swallowin
g Rehabilit
ation) ซึ่งมีปัจจัยสำคัญดังนี้ครับ:
1. ปัจจัยที่มีผลต่อการถอดสายยาง
ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ: หากผู้ป่วยเป็นโรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) แล้วกล้ามเนื้อที่ใช้ในการกลืนอ่อนแรง ต้องอาศัยการฝึกทำกายภาพบำบัดกล้ามเนื้อปากและคอครับ
ระดับความรู้สึกตัว: ผู้ป่วยต้องตื่นดี สื่อสารรู้เรื่อง และทำตามค
ำสั่งง่ายๆ ได้ (เช่น "ลองกลืนน้ำลายครับ")
สาเหตุที่ใส่สาย: * หากใส่เพราะ อุบัติเหตุชั่วคราว หรือเพิ่งฟื้นจากผ่าตัด โอกาสถอดส
ายจะสูงมาก
หากใส่เพราะ โรคเรื้อรังที่ลุกลาม (เช่น มะเร็งบางระยะ หรืออัลไซเมอร์ระยะท้าย) การกลับมาทานปกติอาจทำได้ยากกว่า
2. สัญญาณบวกที่บอกว่า "เริ่มฝึกได้แล้ว"
ผู้ป่วยสามารถกลืนน้ำลายเองได้โดยไม่สำลัก
ไม่มีอาการไอขณะจิบน้ำ หรือไม่มีเสียงครืดคราดในลำคอหลังกลืน
กล้ามเนื้อลิ้นและปากขยับได้ดีขึ้น
3. ขั้นตอนการฝึกเพื่อถอดสายยาง (Transitio
ning)
การจะถอดส
ายไม่ได้ทำปุบปับครับ แต่ต้องผ่านขั้นตอนเหล่านี้:
การประเมินการกลืน (Swallow Test): มักทำโดยนักกายภาพบำบัดหรือแพทย์ โดยใช้ของเหลวที่มีความหนืดต่างกัน
เริ่มจากอาหารเนื้อละเอียด: เช่น เยลลี่น้ำเขียว หรืออาหารบดละเอียดที่มีความหนืด (ไม่สำลักง่ายเท่าเจือน้ำเปล่า)
การทานควบ
คู่: เริ่มให้ทานทางปากมื้อเล็กๆ แล้วยังให้ทางสายยางเสริมเพื่อให้ได้สารอาหารครบถ้วน
ถอดสาย: เมื่อผู้ป่วยทานทางปากได้เพียงพอ (มากกว่า 75% ของความต้องการร่างกาย) และไม่สำลัก แพทย์จึงจะพิจารณาถอดสายครับ
⚠️ ข้อควรระวัง: อย่าแอบฝึกเองโดยไม่ปรึกษาแพทย์
การที่ผู้ป่วยสำลักเพียงนิดเดียว อาจทำให้อาหารหรือน้ำเข้าปอดจนเกิด "ปอดอักเสบจากการสำลัก" ซึ่งจะทำให้ร่างกายทรุดลงและต้องใส่สายยางนานขึ้นกว่าเดิมครับ
💡 เคล็ดลับช่วยกระตุ้นการกลืน
ระหว่างที่ยังใส่สายยางอยู่ คุณสามารถช่วยผู้ป่วยได้โดย:
ดูแลช่องปาก: แปรงฟันและลิ้นให้สะอาด เพื่อกระตุ้นประสาทรับสัมผัสในปาก
ฝึกอมน้ำแข็ง: หากแพทย์อนุญาต การอมน้ำแข็งก้อนเล็กๆ จะช่วยกระตุ้นการทำงานของเส้นประสาทในช่องปากได้ดีครับ